ข่าวสารประชาสัมพันธ์ภายในวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น

การบังคับใช้สิทธิโดยรัฐในสิทธิบัตรยาของไทยตามพันธกรณีในข้อตกลงทริปส์ โดย อาจารย์พีรพล สิมมา หัวหน้าสาขาวิชานิติศาสตร์ , ประธานหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต



คณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ [ ประกาศวันที่ 02 ต.ค. 2562 18:30:10 ]
การบังคับใช้สิทธิโดยรัฐในสิทธิบัตรยาของไทยตามพันธกรณีในข้อตกลงทริปส์ นั้น เป็นงานวิจัยที่สกัดจากประสบการณ์ของผู้วิจัย ที่ได้เป็นคณะอนุกรรมการทรัพย์สินทางปัญญา ใน สภาผู้แทนราษฎร โดยบทความดังกล่าว ผู้วิจัยได้มุ่งศึกษาถึงการบังคับใช้สิทธิบัตรยาของไทยตามพันธกรณี ในข้อตกลงทริปส์ซึ่งจากการที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นรัฐภาคีภายใต้ข้อตกลงทริปส์ ดังนั้นในเรื่อง ของกฎหมายสิทธิบัตรยาประเทศไทย จำเป็นต้องดำเนินมาตรการกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง กับสิทธิบัตรยาเพื่อให้มีความสอดคล้องตามพันธกรณีทริปส์ดังกล่าว มิเช่นแล้วย่อมถือว่าประเทศไทยผิดพันธกรณีในทางระหว่างประเทศ เมื่อศึกษาถึงกฎหมายสิทธิบัตรยาตามพันธกรณีทริปส์นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครอง การบังคับใช้สิทธิโดยรัฐและสภาพการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิบัตรยารักษาโรค แต่ทว่าเมื่อพิจารณาถึงกฎหมายภายในของไทยแล้วนั้น ประเทศไทยมีกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง กับกฎหมายสิทธิบัตรยา คือ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ. สิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และเมื่อพิจารณาถึงบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้ว กฎหมายดังกล่าวยังไม่รองรับพันธกรณีในข้อตกลงทริปส์อย่างเพียงพอในเรื่องการผูกขาดยา ราคายาและรัฐบาลยังไม่สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายในการบังคับใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรในการนำเข้า ส่งออกหรือผลิตเภสัชภัณฑ์ที่มีความจำเป็นต้องใช้ภายในประเทศได้ โดยปล่อยให้บริษัทข้ามชาติใช้สิทธิบัตรเป็นเครื่องมือผูกขาดตลาดได้ตามอำเภอใจ จนก่อให้เกิดปัญหาการเข้าถึงยาของคนไทย อันส่งผลกระทบในเรื่องการรักษาสุขภาพและการรักษาโรคซึ่งปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างยิ่ง ในทางแก้ปัญหาดังกล่าว โดยผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายภายในดังกล่าวที่มีอยู่เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีของความตกลงของทริปส์ และเร่งให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบปรับปรุงโครงสร้างองค์กรขึ้นมารองรับเพื่อลดอำนาจและบทบาทของบริษัทข้ามชาติ ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศที่มีพันธกรณีโดยตรง เช่น องค์การอนามัยโลก องค์กรเอกชนและรวมกลุ่มกับประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันในด้านการค้าและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อจะได้เกิดความแข็งแกร่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งจะสามารถมีอำนาจในการต่อรอง กับประเทศพัฒนามากยิ่งขึ้นเพื่อให้มาตรการของกฎหมายของไทยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรยา มีความสอดคล้องกับพันธกรณีในข้อตกลงทริปส์ อันซึ่งส่งผลให้การบังคับใช้สิทธิในเรื่องดังกล่าว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้อย่างแท้จริง